เจอร์เก้น คล็อปป์ v มูรินโญ่ นิยามของความต่าง

 - 

ฤดูนี้ เกมระดับ 6 ดาวของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังระทึก ''น้องขวัญ-อุษามณี'' ดังเดิม แต่เพิ่มเติมอีกเป็นเสน่ห์กับสีสันของที่ปรึกษาข้างสนาม
อาร์แซน เวนเกอร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่, เจอร์เก้น คล็อปป์, อันโตนิโอ คอนเต้, เมาริซิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ จับคู่ไหนมาจ๊ะเอ๋กันก็บะละฮึ่มทุกคู่ไปเวนเกอร์ แพ้คล็อปป์ แต่ชนะคอนเต้ เป๊ป กำราบมูรินโญ่ แต่ก็แพ้โปเช็ตว่ากล่าวโน่ แบบราบคาบคล็อปป์ เล่นงานพี่ใหญ่อย่างเวนเกอร์ ก่อนเสมอโปเช็ตว่ากล่าวโน่ และก็สอนมวยคอนเต้
อาทิตย์นี้มีอีกหนึ่งคู่ แถมไม่ธรรมดา เพราะลำพังคำว่า "แดงเดือด" ก็ไม่ต้องการของสมนาคุณอะไรก็ตามอีกแล้ว
แต่ในคืนวันจันทร์ นอกจากศึกที่เกียรติยศระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด หางตาของแฟนบอลยังจำต้องคอยชายตาดูแอ็กชั่นของสองที่ปรึกษา เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ว่ากันว่ามันหยดติ๋งไม่แพ้เกมในสนาม
คู่นี้ (คล็อปป์ กับมูรินโญ่) เคยเจอะกันมาแล้ว 5 ครั้ง สี่หนแรกเกิดขึ้นบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาลเดียวกัน 2012/13 ยุคคล็อปป์ เป็นที่ปรึกษาดอร์ทมุนด์ ส่วนมูรินโญ่ คุมกลุ่มเรอัล มาดริด
สองชูในรอบแบ่งกลุ่ม ดอร์ทมุนด์ ของคล็อปป์ ชนะในบ้าน 2-1 ก่อนบุกไปเสมอที่เบร์ที่นาเบว 2-2 จบด้วยการเป็นแชมป์กรุ๊ป
เส้นทางทั้งคู่ยังโคจรมาเจอะกันในรอบตัดเชือก และก็ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นฮีโร่เหมาสี่ประตูให้เสือเหลืองยำใหญ่ 4-1 ในนัดแรก
หลังเกมนั้น มูรินโญ่ สารภาพว่าสมาชิกแพ้ทุกกระดาน ทั้งความเร็ว, แรงปะทะ รวมทั้งลูกบู๊ดุเดือด
นัดหมายแก้มือในเมืองหลวงของประเทศสเปน เรอัลทำดีที่สุดด้วยการชนะ 2-0 แต่ไม่ดีพอเพียง สกอร์รวมแพ้ 3-4
ต่อจากนั้นเส้นทางเดินของสองคนนี้ก็แคล้วคลาดไม่ได้กลับมาเจอะกันอีกเลย…จนถึง
เมื่อคล็อปป์ ยอมหั่นเวลาพักร้อนของตัวเองมารับงานที่แอนฟิลด์ ต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่แล้ว
ส่วนมูรินโญ่ กำลังซวดเซคลอนแคลนบนเก้าอี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากออกสตาร์ตฤดูได้อย่างน่าผิดหวังท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าห้องแต่งตัวร้อนระอุ
คล็อปป์ เริ่มงานสองนัดแรกในลีกกับหงส์แดงด้วยการบุกเสมอสเปอร์ส 0-0 ก่อนโดนเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ตีเสมอ 1-1
เขตคนร่ำรวยในเวสต์ ลอนดอน เป็นสถานีแห่งที่สามของเขา และก็ลิเวอร์พูล เปิดตัวได้เลว เป็นฝ่ายเสียประตูตั้งแต่สี่นาทีแรกจากรามิเรส
แต่ต่อจากนั้น เครื่องจักรสีแดงสมัยเมด อิน เยอรมัน เดินหน้าปฏิบัติงานเต็มดูด คูตินโญ่ ตีเสมอในตอนทดบาดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนคูตี้ กับเบนเตเก้ บวกเพิ่มเติมอีกคนละลูกให้หงส์แดงแซงกลับมาชนะ 3-1
นั่นเป็นการเผชิญหน้ากันคราวสุดท้ายของทั้งคู่ มูรินโญ่ โดนปลดจากเชลซี ในเดือนธันวาคม และก็ไม่มีงานทำมาครึ่งปี เพื่องานใหม่แถมใหญ่กว่าเดิมรวมแล้ว 5 เกมที่เจอะกัน คล็อปป์ มีประวัติดียิ่งกว่า ชนะ 3 เสมอ 1 และก็แพ้ครั้งเดียว
ถ้าหากดูวิธีการทำกลุ่ม ไม่มีอะไรที่คู่นี้จะแตกต่างได้มากกว่าอีกแล้ว มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือชามาแต่ไหนแต่ไรว่านิยมของหรู แบรนด์เนม และก็ชอบอะไรที่สำเร็จรูป ซื้แล้วใช้งานได้โดยทันที โดยไม่เสียเวล่ำเวลา

เฉพาะซัมเมอร์นี้ ที่ปรึกษาโปรตุๆกีส ทุ่มเงินหมดไปราวๆ160 ล้านปอนด์ ได้มาสี่คน ปอล ป็อกบา, เฮนริค มคิทาร์ยาน, เอริก ไบยี่ แถม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไร้ค่าตัวด้วยซ้ำ
ส่วนคล็อปป์ จัดเป็นจำพวกพ่อบ้านดี.ไอ.วาย ซื้อมาต่อเอง หรือเอาของเก่ามาสร้างใหม่ตามแต่จินตนาการจะเฉิดฉาย
ซัมเมอร์แรกในแอนฟิลด์ คล็อปป์ ใช้เงินน้อยกว่ามูรินโญ่ แทบล้านปอนด์ ทั้งๆที่เขามีสิทธิ์ทุกประการจะช็อปปิ้งให้เต็มคราบ และก็ถ้าหากบวกลบคูณหารกับการขายนักฟุตบอลออกไป ปรากฏว่าลิเวอร์พูล ผลกำไรเฉียดๆ13 ล้าน
นี่ไม่ใช่การอวยไส้แตกอะไร เพราะคราวสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล ฟันเงินจากตลาดจำหน่ายนักฟุตบอล เราจำต้องย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อนที่ได้กำไรในตอนซัมเมอร์ราวๆ 6 ล้านปอนด์ และก็ 4 ล้านเมื่อรวมตลาดม.ค.
อย่างไรก็ตาม ชมรมได้กำไรเพียงแค่ 4 ล้านปอนด์ ทั้งๆที่เพลานั้น กดค่าตอบแทนจากการขาย เฟร์นานโดร์เรส มาได้ตั้ง 50 ล้าน !
แนวความคิดของคล็อปป์ ในวิธีการทำกลุ่ม ถูกสะท้อนผ่านความคิดเห็นต่อการซื้อป็อกบา ของแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตอบแทนสถิติโลก 90 ล้านปอนด์ ที่เขาพูดว่า "ถ้าหากเป็นผม ผมคงทำแบบอื่น"
ก่อนถูกมูรินโญ่ ตอบโต้เฉียบพลันว่ารู้เรื่องความรู้สึกของที่ปรึกษากลุ่มเล็กๆที่ได้แต่มองตาปริบ เพราะคงมีแต่กลุ่มระดับท็อปแค่นั้นที่จะปิดดีลซื้อป็อกบา
ในแง่ของการสร้างกลุ่ม มูรินโญ่ ถูกวิภาควิจารณ์โดยตลอดกับกลุ่มเก่าก่อนหน้านี้ ว่าไม่ค่อยมองเห็นหัวนักฟุตบอลที่ขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชนของชมรม
ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่แฟนบอลได้มองเห็นตั้งแต่ปลายฤดูที่แล้ว ว่าเมื่อจังหวะและก็โอกาสอวย เขาไม่ลังเลหรือรีรอที่จะโยนดาวรุ่งลงไปในสนาม
คู่นี้ มองดูเผินๆดังว่ามูรินโญ่ จับงานคุมกลุ่มแบบเต็มตัวเร็วก่อนคล็อปป์ สัก 4-5 ปี ถ้าหากดูจากเกียรติศักดิ์ที่แฟนบอลเริ่มต้นรู้จัก และก็ถ้าหากดูจากอายุที่มูรินโญ่ แก่กว่าแทบ 4 ปี
แต่เรื่องจริง คล็อปป์ เดินตามหลังมูรินโญ่ ต้อยๆเข้าสู่แวดวงนี้เพียงแค่ 5 เดือนแค่นั้น
มูรินโญ่ เริ่มต้นจากการเป็นล่ามแปลภาษา เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โบกปูนปูทางมาก่อนหน้าร่วมๆ6 ปี จนถึงได้นั่งเก้าอี้เฮดผู้ฝึกสอนเบนฟิก้า ในก.ย. 2000
ขณะที่คล็อปป์ คลุกคลีอยู่ในฐานะนักฟุตบอลไมนซ์ จนถึงบั้นปลายใกล้ห้อยรองเท้า ก็ถูกโปรโมตขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาแทนคนเก่าที่โดนปลดในเดือนกุมภาพันธ์ 2001
11 ปีกับบทบาทการเป็นนักฟุตบอล และก็อีก 7 ปีบนเก้าอี้ผู้ฝึกสอน ไม่ทราบว่าหน้าสนามของไมนซ์ มีรูปปั้นให้คล็อปป์หรือไม่ ถ้าหากไม่ล่ะก็คงใจจืดใจดำน่าดู
แม้อายุงานห่างกันเพียงแค่ 5 เดือน แต่การบรรลุผลระดับที่จำต้องสร้างห้องเก็บ ไม่ใช่เพียงแค่ตู้เก็บรางวัลของมูรินโญ่ ทำให้ดูว่าเขาผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน และก็อายุคงจะหลักหกเฉียดๆเจ็ดนำ
เปล่าเลย มูรินโญ่ พึ่งจะ 53 แต่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดเขตน้ำ ทั้งลีกโปรตุเกส, อังกฤษ, อิตาลี รวมทั้งประเทศสเปน
นี่ก็เป็นความแตกต่างอย่างเต็มที่อีกเช่นกันของสองคนนี้ มูรินโญ่ ไม่ค่อยอยู่เป็นที่เป็นทางนานๆจะว่าไปก็ไม่เคยคุมกลุ่มไหนนานเกินสามปีสักที ไม่ถูกกับคล็อปป์ ที่ชอบสร้างตั้งแต่ฐานของปิระมิด ก่อนเสพความสุขจากการขึ้นไปยืนบนยอดด้วยความภาคภูมิใจกับผลงานที่ลงมือกระทำตั้งแต่หินก้อนแรก
7 ปีคุมไมนซ์ และก็อีก 7 ปีกับดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ ยังเคยพูดว่าถ้าหากเป็นไปได้ เขาต้องการวางมือหลังจากปิด จ็อบที่ลิเวอร์พูล สะท้อนให้มีความเห็นว่าคล็อปป์ เป็นคนทำงานที่ละเอียดขนาดไหน การบรรลุผลแบบจานด่วนอาจอิ่มท้อง บางครั้งก็ไม่อร่อย
อีกหนึ่งความต่างที่สัมผัสด้วยตาเปล่าได้ เป็นสไตล์การเล่น

กาลครั้งหนึ่ง โยฮัน ครัฟฟ์ เคยพูดว่ามูรินโญ่ เป็นผู้ฝึกสอนที่เนกาทีฟ แคร์แต่ผลที่ได้รับจากการแข่งขัน และไม่สนว่าฟุตบอลจะทรงงาม มีเสน่ห์น่าชื่นชมหรือไม่
เด็กหงส์ทั่วทั้งโลกยังจำได้ไม่เคยลืมว่าตอนที่มูรินโญ่ นำกลุ่มเชลซี มาเยือนแอนฟิลด์ ในม.ย. 2014 และก็ทำให้พวกเขาฝันสลายจากการคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก ยุคแรก กลุ่มของมูรินโญ่ งัดยุทธวิธีFun88"ด้านมืด" ออกมาหยุด หลุยส์ ซัวเรซ แอนด์ วัว ถึงขั้นเก็บบอลเองเพื่อทำให้ล่าช้า ทุ่มช้าตั้งแต่นาทีแรกๆทำฟาวล์เบรกเกมถี่ยิบ และก็อุดทั้ง 11 คนจนกระทั่งลิเวอร์พูล พลาดคุ้นเคย


งานช้างที่แมนยู

 - 

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือยอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาดของเขาที่ไม่อาจจะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมรุกได้ในนัดหมายแพ้โมนาโก ช่วงเวลาที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูเหมือนสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในทิศทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งคู่ผู้ฝึกสอนที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ล่วงเลยไป ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คครั้งหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่อาจจะยกระดับตัวเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้จุดมุ่งหมายของพวกเขาชัดแจ้งยิ่งนัก กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เวลานี้โดนบ่นว่าว่าที่ได้แชมป์เพราะทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วดูจากจำนวน…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าสลดใจและท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย เพียงแค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น ออกลูกสะเปะสะปะ แดนกลางสู้คนพลังชายหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกเสนอคำถามว่าสกอร์ที่เหนือกว่า 2 ลูกเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ คนเดียวที่เป็นตัวตัดเกม ในที่สุดมันเกิดขึ้นที่ตรงนั้นเป็นแดนกลางแพ้ราบคาบแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง คือปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแม้กระนั้นพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่จากเกมครึ่งแรกไม่มีใครมองว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนมองว่ามีแม้กระนั้นจะโดนเพิ่มถ้าออกมาทรงนี้ ความมั่นใจและความเชื่อมั่นมันก็สวนทางกัน…ซิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆไม่งั้นโดนกระหน่ำเละ
เกมดูดีขึ้นแม้กระนั้นกว่าจะได้ยิงก็ปาเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าหากว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แม้กระนั้นปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้จังหวะเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยปกป้องอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมในที่สุดจากผลรวม 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
ประเด็นเป็นเกมรุกยังพอเพียงวางใจได้ว่าดี แม้กระนั้นพอเพียงเกมรับซึ่งยังไม่ปรับแก้และพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว และเมื่อดูภาพรวมๆรุกพอได้ แดนกลางถ้าเช่นนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นทีมที่คล้ายๆกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
รับห่วย รุกพอได้ อย่างงี้จังหวะประสบความสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราเห็นเป็นโดยประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แม้กระนั้นลุ้นแชมป์อาจยาก เพราะความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดหัวใจสำคัญในทีมไป เหมือนกันกับทีมที่รับดี…แม้กระนั้นรุกไม่ได้โอกาสประสบความสำเร็จลดลง
เป๊ป ยอมรับหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่อาจจะทำให้ผู้ร่วมทีมเล่นแบบดุเดือด นิสัยเสีย และมีเกมรุกที่ดีพอเพียงในการชนะโมนาโก เขายอมรับผิด ไม่โทษนักฟุตบอล แม้กระนั้นมั่นใจว่าในใจคงมีหลายคนที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงหลังขณะนั้นต้องการฟูลหามใหม่เพื่อมาเพิ่มเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอคอยฟ หรือจนกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากมาย แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ยกแผง …จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าคาดหมายให้เขาคุมหลังคนเดียวเวลานี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับสูง ช่วงเวลาที่แดนกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป
แนวรุกถือว่าพอไปได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับตัวเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ช่วงเวลาที่ ซิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วเหน็ดเหนื่อย…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในแนวทางการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปคว้าชัยชนะยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้เข้มแข็ง
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่ดูเงียบๆไม่ฮือฮาเสมือนตอนซัมเมอร์ ที่มีความหวังมากมายหลังการตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมในที่สุดบอลยูโรปา ลีก และเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ พิธีกรรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี หลากหลายประเด็นที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมมากสำหรับประโยคนี้ และมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้มากมาย
"ผมมีความคิดว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ เรายังไม่พร้อมที่จะมานะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะยานอยากตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ และสิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆณ เวลานี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันต่างจาก 10-20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้ชัดแจ้งในประเด็นนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหมายระดับสูงและต้องมานะกระทำตนแบบจมให้ลง เพราะมันจะเข้าข่ายกลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกอย่างนั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาปฏิบัติงานกับสมาพันธ์ที่น่าเศร้าใจ"อันนี้ว่าผู้ใดกันแน่นะ…ทดลองอ่านกันดู เอาหลักๆเป็นเขาบอกว่า "ถ้าเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และ แดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้บางทีอาจได้รับความรู้สึกเชิงไม่ตรงกันจากแฟนผีแน่นอนเพราะ ดิ มาเรีย มาในตอนที่ทีมตกลงไปจากเดิม ช่วงเวลาที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความรู้สึกยินดีมากมายนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่เชิงแทกติกแล้ววิธีขาย เวลเบค และ ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ประทับใจ และเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด และ ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาอย่างเดิมกับทีม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้า มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมและใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักฟุตบอลที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเพราะจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันและการจัดทีมลงเล่นทุกอาทิตย์พอเพียงจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทและมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอ่ยถึงและมันไม่สมควรเอ่ยถึง แม้กระนั้นผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีและแฟนบอลทั่วไปต้องประทับใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสมาพันธ์ที่มีความใหญ่โตมากมาย ไม่ควรต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อยั่วยวนใจนักฟุตบอลมาร่วมทีม"
เขาเอ่ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ กรุงปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนตุส และ มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ถัดไปถ้านักเตะนึกถึงหัวข้อการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากมายๆถ้านักฟุตบอลตัดสินใจไม่ย้ายมาเพราะทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักฟุตบอลอย่างงี้มาร่วมทีม
เอาง่ายๆว่า นักฟุตบอลควรมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยเงื่อนไขเดียวเป็นเพราะนี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่ต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
จริงครับ…การพูดอย่างงี้ไม่ใช่เอาใจหรือเพียงแค่ให้เกียรติ แม้กระนั้นมันเป็นรูปแบบการทำงานของ มูรินโญ และผมมั่นใจว่าผู้ฝึกสอนทุกคนต้องมีแนวทางอย่างงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจไม่ได้อยากต้องการนักฟุตบอลที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักฟุตบอลจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สมาพันธ์ที่นี้"
มันยังไม่หมดยุคหรอก…เพราะตอนท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลก็จะใช้เงินซื้อนักฟุตบอลตลอดระยะเวลา ไม่อาจจะดึงนักฟุตบอลที่มีความรู้และความเข้าใจและมีจิตใจต้องการประสบความสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ช่วงเวลาที่ เป๊ป บอกว่าไม่อาจจะทำให้นักฟุตบอลเล่นเกมจากที่เขาต้องการได้ และทีมอาจควรจะมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายๆกับ มูรินโญ เพียงแค่ มูรินโญ มีรูปแบบการทำงานของเขาที่รับรองอย่างเห็นได้ชัดแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการนักฟุตบอลที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะนี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       


สุดมันส์ หงส์แดง vs ไก่

 - 

บิ๊กแมตช์อาจจะสุดสัปดาห์นี้…อาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการแย่งชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนครับ…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลแล้วก็งานข่าวสาร มั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดและนัดปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนกระทั่งแฟนหงส์เองยังส่ายหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างแล้วก็ฟอร์มของเชลซี "จ่าฝูง" ที่ยังสม่ำเสมอ ไม่เสียทีอะไรกล้วยๆ
มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคครับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าคนใดกันหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสนามพวกเขามีโอกาสร่วงไปอยู่ชั้น 6 เนื่องจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสนามก่อนเจอกับวัตฟอร์ด ถ้าหากเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าช่องทางเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ภูติผีปีศาจแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดีมากกว่านั้นคือชั้นสี่หากอาร์เซนอลในช่วงค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้บอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีผู้ใดเหนือกว่าเป็นรองมากเท่าไรนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมลุยเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ ถ้าเกิดไม่เหนือกว่ามากเท่าไรนัก วางแทกตำหนิกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะเป็นรองกลุ่มใหญ่มีเรื่องมีราวเดียวคือ "ความสม่ำเสมอ" อันเกิดขึ้นจากศักยภาพของกลุ่มแนวลึก ที่อาจจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆไม่ได้ อันนี้คือความต่าง แต่หากเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
เสมือนเกมบอลถ้วย เสมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกตำหนิกแบบงี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้เช่นกัน
แบบอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนกระทั่งลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์บอลปรับปรุงจนสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่หากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับที่แยกระดับของกลุ่มได้กระจ่างแจ้ง แล้วก็เราก็มองเห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาพบกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาทำงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ได้แตกต่างจากสมัย เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเสมือนเป็นปีชง…ยังแพ้คนใดกันในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน และผลงานที่ไม่ดีที่สุดตั้งแต่แมื่อหมดยุคหมดสมัยของ รอดพบร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ทีแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4 ตั้งแต่ทีแรก แต่พอเพียง 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำจ่าฝูงแล้วก็ประพฤติตัวเป็นกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความคาดหมายให้กับแฟนหงส์แล้วก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรราวนั้น

มาถึงจุดนี้….หากจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากข้อเท็จจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ แล้วก็เป้าหมายเดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับผม

ว่ากันตามจริง…อย่างที่เรารู้กัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส แล้วก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดหมายแล้วก็จัดแถวเอาไว้แบบงี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ แล้วก็การลุ้นยากลำบากเสมือนที่้คาดหมายกันเอาไว้ตั้งแต่แรก แล้วก็ใน 14 นัดที่เหลือมันคือการรับรองว่าพวกเขาจะได้ที่สี้ไหม แล้วก็จะต้องแย่งชิงกันสุดชีวิตกับ 4 อันดับแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะไขปัญหายังไงในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่บางทีอาจถูกปรับปรุงหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากเมื่อเกมรุกแคบ ทำอะไรคู่ปรับไม่ได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้ทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกตำหนิก" เกมรับของคู่ปรับในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน แล้วก็เกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานาประการ บอลหน้าเดียว แล้วยังไม่ได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสสิง เนื่องจากไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองไม่ได้ลอกฝรั่งมา…คือไม่ได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปๆมาๆในสนาม หาทางผ่านเข้าไปไม่ได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกตำหนิกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นคือพอเพียงหาปากทางเข้าจุดโทษไม่ได้ รวมทั้งไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส ป้องกันไม่ได้ ก็โดนลงโทษทันที ส่งผลให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

บอส เจเค ถูกตั้งปัญหาแล้วก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนครับผม สะเหร่อ บอกไล่ออก แล้วก็ขอเปลี่ยนผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคสมัยใหม่กลุ่มนี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนมากเสียเชื่อ…อึกทึก จะเปลี่ยนผู้ฝึกสอน อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับ…พวกคุณแก

เกมนี้ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก…แล้วก็เราก็ยังไม่ทราบว่าบอสเจเค จะไขปัญหาเกมยอมรับได้ดีขนาดไหน เนื่องจากมันยังแก้ไม่ได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงตอนนี้ มีจุดแข็งคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่เน้นย้ำเกมรับ

นั่นบางทีอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ทำงาน…แต่จะเห็นผลหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์ตอนนี้หดหู่แล้วก็ขาดความมั่นใจไปมากมาย

ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาเหมาะชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ แล้วก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเช่นกัน

หากถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งมาดอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เนื่องจากเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ แล้วก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เนี้ยบเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นทางเข้าไปหรือไม่

จุดบอบบางมันมากมาย…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไม่มีเหตุผล ของบอล หรือจากการบุกของคู่ปรับแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ แล้วก็พอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องไม่ได้ ผ่านบอลกันไปๆมาๆก็ไม่ได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆอาทิเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากกองหน้่าหงส์ไม่ได้เก่งลูกโหม่ง นานหนปีคราว จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากโดนจับทางได้ แล้วก็วิถีทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายหลายไม่มีมากเท่าไรนัก ช่วงเวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่แตกต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมคิดจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันก็แค่…สเปอร์ส มีดีมากกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า รากฐานนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้กำเนิดวิกฤตการณ์เสมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปทันที ไม่มีพลาดตลอดแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

หากเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดด้อยของหงส์แดงที่มาเติมคือ "ขาดความมั่นใจ" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ ช่องทางบกพร่องมีสูง ช่องทางแพ้มีล้นหลาม ช่องทางชนะมีน้อยทันที

เพราะฉะนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การแก้ไขปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง แล้วก็เกมรุกจะมีไอเดียมากมายขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม และวิธีการเล่น…เล่นด้วยความเลื่อมใสว่าทำได้หรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงงันๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบกลุ่มในกรุ๊ปทอป 6 จะต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับปรุงแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ แล้วก็ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์แล้วก็ไก่ ครับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากคู่นี้เท่ากันหมดทุกสิ่งทุกอย่างในเกมบอล ณ เวลานี้


11 นัดสุดท้าย

 - 

เสียงตะคอกแฟนบอลเชลซีดังสนั่นหวั่นไหวสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะครอบครองแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นพ้องรวมทั้งยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือนั่นเป็นวัตถุประสงค์"

พูดแบบนี้เป็นพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละขอรับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากว่าพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มอย่างน้อยปีละ10 นัดหมาย

เพื่อนพ้องๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันเป็นงานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง เว้นเสียแต่พบศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี เป็นกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ สูงที่สุด 118 ครั้ง สูงที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัดหมาย แล้วก็นี่อาจเป็นเหตุผลหลักยุค โชเซ มูรินโญ เข้ามาดำเนินการ

จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ เสียก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส ก่อนหน้ามีฟูแล่มแถมมาอีก ช่วงนี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 ทีมรวมถึงเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่กลุ่มจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนทางเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะกล่าวว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจนึกภาพออกนะครับ

โดยเหตุนี้ 8 นัดหมายใน 4 ทีมที่จำต้องพบเป็น 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งนั้น 15 แต้มจากความมีชัย 5 แพ้ 2 เป็นแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่ว่าแพ้สองกลุ่มนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ เท่ากับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมในที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับแต้มหน


ลุ้นกันไปกับไก่

 - 

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มรุนแรงในปี 2017 จริงๆ
ชัยต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ช่วงหัวค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างลดลงเหลือ4 ปล่อยให้เชลซีบีบคั้นบางส่วนกลางดึก เมื่อจำเป็นต้องเยี่ยมบอร์นมัธ
ชัยปัจจุบันเป็นแต้มที่ 32 จากชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 ตั้งแต่แมื่อมกราคมเป็นต้นมาและก็ตารางชั้นของพวกเขาเป็นผู้นำฝูงในระยะนี้…ว่ากันแบบงั้นได้ปริศนาเป็นว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีความหวังอยู่…แต่ในสนามบอลเมื่อดูไปยังเชลซี นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาแทบไม่พลาดในการเก็บชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยผลงานของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นชนะ เกมปัจจุบันก็เช่นกันนี่เป็นเกมลำดับที่สามภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จุดหนึ่งที่เชลซีพอเพียงมีปัญหาให้พวกเรามองเห็นเป็นระยะหลังเสียประตูบ่อยครับผม
อันนี้จำเป็นต้องดูว่า 7 นัดสุดท้าย อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมเช่นไรเพื่อลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือและก็เป็น title to loseทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลาบปลื้มเป็นผลงานของทีมที่เกิดขึ้นเวลาที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บและก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีเลิศ
คู่ฟูลหามเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กลางเป็น เอริก ถางเอ้อร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งพิงหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง และก็ช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มสม่ำเสมอ
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งต่อๆกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นยอดเยี่ยม 14 นัดเมื่อปี 1987 ในสมัยของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำเป็นต้องจำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าสเปอร์สเป็นทีมที่มีทั้งผู้จัดการ และก็นักเตะตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกข้างเคียงกับ เอียน รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักเตะประเทศเบลเยี่ยมในทีมใครจำได้บ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงขาดแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เนื่องจากว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลและก็เชลซี เดี๋ยวนี้….มันสมควรจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อใดจะถึงเวลาทองคำของสเปอร์ส ซะหน
ในสมัยของ เมาริซิโอ โปเชตว่ากล่าวโนแฟนสเปอร์ส พอเพียงจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเกินไป ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ ซิตี้ ครอบครองแชมป์น่าพิศวง ของลีกไปครอบครองเช่นกันครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ พอเพียงช มันมีความเจริญ
นักเตะชุดนี้เล่นเข้าขากันก้าวหน้า ขาดแค่บางนัด บางเกม ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด จนทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา และก็ปีนี้ ทิ้งช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดปัจจุบัน โปเชตว่ากล่าวโน จัดทีมตามแทกว่ากล่าวก และก็ "แนวความคิด" ของเขาแจ่มแจ้งเมื่อพินิจพิจารณาฟอร์มคู่ปรับอย่างวัตฟอร์ด ที่มาย้ำรับมั่นใจๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนสำหรับการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว วินเซนต์ แยนเซน จึงจำเป็นต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าจุดโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่ส่งเสริม แยนเซนหมายถึงคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี และก็ ซอน เฮือง มิน จะรอช่วยทำเกมแดนสุดท้าย
แยนเซน อาจจะถูกบ่นว่าว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เนื่องจากว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วย แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่คงไม่ช่วยอะไรหากไม่อาจจะปรับนิสัยเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่รุนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าหากดูจากเกมที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาที่ตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่คงจะมีรายนามเป็นผู้ทำคะแนน แต่เขาก็พลาดไปหมด …เป็นไม่มีคำแก้ตัว ศูนย์หน้า จำเป็นต้องยิงประตู จะสร้างโอกาส หาโอกาส อะไรก็แล้วแต่ หรือสามารถประสานงานกันเพื่อนพ้องๆก้าวหน้า
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แต่สำหรับเกมนี้เขาเป็นแผนของ โปเชตว่ากล่าวโน และก็เขาได้โอกาสนั้น เขาจำเป็นต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่เขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน อาจจะทิ้งโอกาสทองคำไป…แต่แนวความคิดของ พอเพียงช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกด้านหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ค่อนข้างจะดี สลับเวียนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าจุดโทษวัตฟอร์ต จนได้โอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีงามเป็นอย่างมาก
รับบอลจาก ซอน เฮือง มิน หน้าจุดโทษ แล้วปั่นโค้งทิ่มสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นและก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนที่จะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเอ้อร์ และก็ปิดด้วย ซอน เฮือง มิน นอกจุดโทษอีก
แผนของ พอเพียงช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนติดเส้น 18 หลา แดนกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้อง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้โอกาสเล่นกับบอลมากมาย
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เนื่องจากว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวประตูจากนอกจุดโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกรับรองแนวทางณ์ของ โปเชตว่ากล่าวโน หมดแล้ว ลูก 4 และก็การลงสนามของ แฮร์รี เคน เป็นของแถมว่าประสิทธิภาพของสเปอร์ส ในตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน เปลี่ยนแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักเตะบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือทำให้เกิดผลกระทบต่อเกมการเล่น โชคร้ายแค่ว่า…พวกเขาชอบหลุดในระยะเวลาเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าหากดูจากผลงานตั้งแต่ตอนแรกของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 และก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นเป็นใกล้เชลซีที่สุดจนถึงช่วงหัวค่ำวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแต่ภายหลังจากเชลซีบุกเชือดบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มเหมือนเดิม

ถ้าหากจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับ ผมว่าลุ้นแบบงั้นยากเกินและก็น่าพิศวงเกินไปหากเชลซีจะแพ้ใคร 3 นัดใน 7 นัดสุดท้าย เอาแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายกว่าและก็มีทางเป็นไปได้
ผลเสมอสามนัดบางทีอาจสั่นคลอนต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่ๆ เนื่องจากว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แต่ระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ไม่เคยรู้ล่ะช่วงไหน สเปอร์สจำเป็นต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อใด ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายกว่า และก็โอกาสจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่เมื่อห่างกัน 7 แม้ดูยากแต่ยังคงมีความหวังอยู่ครับผม มิได้ไกลซะทีเดียว อย่างต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเป็นชนะในเกมถัดไป อย่างน้อยที่สุดในสมัยของ เมาริซิโอ โปเชตว่ากล่าวโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ ซิสเตอร์ได้มากกว่าแฟนปืนแชมป์หรือเปล่าอีกหนึ่งเรื่อง…แต่ณ จุดนี้มันเป็นความเจริญครับ
สเปอร์ส ซื้อนักเตะเสริมทีมจริงแต่ไม่ทุ่มทุนบ้าบิ่นเหมือนทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่ลงตัว ผู้ฝึกสอนก็คนหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเติมความสำเร็จให้เป็นรูปธรรม จากวิถีทางที่เดินมาถูกแล้ว
ช่วงต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บชัยสม่ำเสมอ ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดสุดท้าย ก็จำเป็นต้องลุ้นถัดไปครับ


เมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้ ที่ 227

 - 

 

สถิติบอกว่าลิเวอร์พูล ชนะ 90 เสมอ 70 เอฟเวอร์ตันชนะ 66

มีตัวเลขเชิงสถิติล่าสุด 12 แมตช์ในลีกล่าสุด "หงส์แดง"ชนะ 5เสมอ 7 ทั้งๆที่ข้าดิสัน พารฺค และก็ แอนฟิลด์ 6-7 ปีแล้วที่ทอฟฟี ยังไม่สามารถที่จะเดินผ่านสแตนลีย์ พาร์ค มาแออัดความปราชัยให้ลิเวอร์พูลถึงที่หน้าบ้านได้เลย

เคยมีสถิติอันช้านานแบบนี้มั้ย….

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1978 (เซอร์) บ๊อบ เพสลีย์ คุมทีมหงส์แดงเคยไม่แพ้ทอฟฟี เมน ทั้งในและก็นอกบ้าน นานถึง 13 แมตช์ในลีก เริ่มยุคของ บ๊อบ เพสลีย์ นั่นเองขอรับ

ปีนี้ถือว่าใกล้เคียง…ครั้งล่าสุดที่หงส์แดงแพ้เอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นที่ข้าดิสัน พาร์ค ปี 2010 พอๆกับหงส์แดงยังไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนาน 12 แมตช์ อันนี่คือสถิติเฉพาะในลีก นะครับ ไม่นับรายการอื่นๆถ้าเกิดบอสพบร คลอปป์ ทำเป็นอีกหนึ่งแมตช์
ตัวเลขนี้เสมอกันยุคก้าวหน้า 13 นัดหมายในลีกที่ไม่แพ้ทอฟฟี เมน

จะเกิดขึ้นหรือเลิกลง….คำ่วันพูดปดทราบผล

อีกหนึ่งสถิติที่ดูแล้วน่าสนใจกว่าเฉพาะเกมลีกในแอนฟิลด์นั้น 20 นัดหมาย "หงส์แดง" ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนานถึง 18 ปี หรือแทบสองทศวรรต ครั้งล่าสุดที่แพ้คือปี 1999 ทอฟฟี บุกมาชนะถึงแอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 1-0

หลังจากนั้นพวกเขาพบทอฟฟีในแอนฟิลด์ 16 เกมชนะ 8 เสมอ 8 ถือว่าเป็นตัวเลขที่แฟนทอฟฟี เองไม่ปลาบปลื้ม เหมือนอาถรรพณ์ร้ายถ้าเกิดฟาดลำแข้งกันที่แอนฟิลด์

เยี่ยมที่สุดคือแบ่งคะแนนกลับไป

โอเค…อดีตกาลไม่จำเป็น ตอนนี้สำคัญที่สุด นับจากม.ค. 2017 มีความเคลื่อนไหวศักราชใหม่เป็นปีสัตว์ปีก ปรากฏว่าทอฟฟีโชว์ฟอร์มเยี่ยมยอดเอามากๆตรงกันข้ามกับหงส์แดง ที่ย่ำแย่ กว่าจะชนะในลีกได้คอยนานนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ทอฟฟี ของโรนัลด์ คูมัน กดไป 23 คะแนน ลูกากู พีคสุดๆนำดาวซัลโว คอยส บาร์คลีย์? กลับมาเป็น บาร์คลีย์ คนเดิม มีส่วนกับเกมรุกและก็สร้างช่องทางยิงประตูสูงที่สุดในลีกปริมาณ 67 ครั้ง ในขณะที่เกมรับดูมั่นคงแน่นหนาขึ้น พลาดยากเสียยาก

ทอฟฟี ทอปฟอร์ม…หงส์ กว่าจะหลุดพ้นวิกฤติการณ์ก็ย่างเข้ามีนาคมที่พวกเขาไม่แพ้ใครในลีกชนะ 2 เสมอ 1 จากสี่เกมที่ลงสนาม

การทอปฟอร์มของ ทอฟฟี ทำให้เจ้าของบ้านลำบากใจบ้างหรือไม่????

แต่…..กลุ่มคำอมตะสำหรับเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้คือ …"ไม่มีฟอร์ม" หมายคือผลงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเก็บไว้ข้างสนามแค่นั้น เนื่องจากว่าวันจริงสำคัญที่สุด ด้วยแคแรกเตอร์ของ ดาร์บี้ ญาติทะเลาะกัน มันเข้มข้น ถึงใจถึงอารมณ์อีกแบบหนึ่ง

เวลาญาติทะเลาะกันเนี่ย…ถ้าเกิดร้ายก็ร้ายสุดๆมันเหมือนอยากเอาชนะกันซะมากกว่าอื่นใด อันนี้คือธรรมชาติของเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ไม่เหมือนกับเกมเมืองเดียวกัน เมืองอื่นในอังกฤษ เนื่องจากว่าธรรมชาติของการก่อกำเนิดสองสมาพันธ์นี้มันไม่ตรงกันกันในจุดเริ่ม

แอนฟิลด์ ในทุกวันนี้ครั้งก่อนคือสนามของเอฟเวอร์ตัน ก่อนย้ายไปเนื่องจากว่าเรื่องการขึ้นค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าที่ ทอฟฟี จากไป จึงเกิดลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ขึ้นมา พึ่งครบรอบ 125 ปีไปเมื่อ 15 มี.ค.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

การที่สองสมาพันธ์มีจุดเริ่มในแอนฟิลด์ เช่นเดียวกันแบบนี้ มันได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตครอบครัวฟุตบอลของคนกรุงลิเวอร์พูลที่ถูกเรียกว่า "สเก๊าเซอร์"

หนึ่งบ้านเสียงแตกหนุ่ม บิดาเชียร์หงส์ แม่ทอฟฟี หรือลูกหงส์ , ลูกทอฟฟี หายากที่จะทั้งบ้านเชียร์ทีมเดียวกันหมด ขนาดบ้าน สตีเวน พบร์ราร์ด ลุงของเขายังเชียร์เอฟเวอร์ตัน ตัวเขาเองโดนแกล้งให้สวมเสื้อเอฟเวอร์ตัน ตอนยังไม่รู้เรื่องรู้ราว แม้กระนั้นเขาเชียร์ลิเวอร์พูล

อารมณ์ญาติที่มีความคิดเห็นไม่เหมือนกันในเรื่องบอล….

แย้งกันน้ำลายแตกแยกละครับเมื่อวันเสาร์มาเยี่ยมและก็มีเกมดาร์บี้ แมตช์ …ผมเข้าไปอ่านในนสพ.ลิเวอร์พูล เอคโค่ เห็นกระจ่าง ชาวทอฟฟี กับ เดอะ พูล ครึกโครมและก็ตื่นเต้น โดยเฉพาะ ทอฟฟี เมน ที่ทอปฟอร์ม อยากพบหงส์แดงเร็วๆ

อารมณ์ ความรู้สึก ความกระหายหิวในเกมหรือ แพสชั่น มันใบเสร็จรับเงินด์ อัพมาทั้งอาทิตย์เพื่อเกมใหญ่ของคนกรุงลิเวอร์พูลทุกคน ถึงแม้ว่าเมืองนี้มีทีมบอล 3 ทีม ทรานภรรยาร์ โรเวอร์ส อีกครั้งมหนึ่ง แม้กระนั้นดูเหมือนพวกเขามีเขตนอกเมืองไปทางฝั่งเวลส์ซะมากกว่าท้องถิ่นดวงใจกลางเมืองลิเวอร์พูลที่มีทั้งสีน่ำเงินและก็แดง

อันนี้ก็ต่างจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ ชาวซิตี้ อยู่ในเมือง ชาวซาตานแดง อยู่ขอบๆอะไรแนวๆนี้

ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ เป็นรสชาติของญาติทะเลาะกัน ต่อปากต่อคำกันอย่างสนุกสนาน ถึงใจถึงอารมณ์ และก็มีเรื่องได้ตลอดเวลา

เรื่องแพสชั่นของแฟนบอลสองทีมนี้เมื่อจำเป็นต้องมาปะทะกันระหว่างสแตนลีย์ พาร์ค ไม่ต่้องห่วงขอรับ มีมากไม่น้อยเลยทีเดียวเหมือนเดิม เอาเรื่องฟุตบอลดีมากยิ่งกว่าขอรับว่ามันจะยังไง เนื่องจากว่าเกมนี้มาไม่ถูกจังหวะเท่าไหร่

ภาวะทีมไม่พร้อมทั้งคู่

ทีมเยี่ยมขาด เชมัส โคลแมน ที่ขาหักแบบน่าสยอง , มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน เจ็บชวดลงเล่นแน่ๆ ฟูเนส มอริ ก็มิได้ลงเล่นพอๆกับขาดกลางตัวตัดเกม, เซนเตอร์ และก็หามขวาจอมบุกไปจากทีม

ปัญหาของ คูมัน อยู่ที่เกมรับล้วนๆ

ตัวตายตัวแทน…จะปฏิบัติหน้าที่ก้าวหน้าขนาดนั้นไหม มันมีความลังเลใจเกิดขึ้น เซนเตอร์หามไม่มีปัญหาเนื่องจากว่า มอริ ตอนหลังสำรอง แทรกตำแหน่ง แอชลีย์ วิลเลียมส์ กับ ฟิล จากิลก้า มิได้ หามขวานี่แหละสำคัญ จำเป็นต้องไปตามดาวโรจน์มาลงสนามแก้ขัดเหมือนช่วงแรก น่าจะเป็น เมสัน โฮลเกต ส่วนหามซ้าย เลห์ตัน เบนส์

กลางรับนี่แหละที่ ชไนเดอร์ลิน พลาดลงสนาม….เอ็งเรธ แบร์รี เข้าๆออกๆจะยืนแทน น่าจะเล่นกับ อิดิรสซา "กานา" เกอเย่ โดยมี เควิน ไม่ราลาส, คอยส บาร์คลีย์ และก็ ทอม เดวิส ที่ฟอร์มสดอย่างยิ่ง ช่วยเหลือ ลูกากู ดาวซัลโว 21 ประตู

สรุป…ทอฟฟี มีปัญหาเพียงแค่แผงหลังกับกลางรับ แม้กระนั้นเชื่อว่า คูมัน ขจัดปัญหานี้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลนั้น พบร คลอปป์?ทำเป็นเพียงแค่คอยเชคสภาพร่างกายของแนวรุกที่ไปรับใช้ชาติมาทั้ง คูตินโญ ที่เล่นสองเกมติดต่อที่บราซิล และก็ ฟีร์มีโน เชื่อว่าล้าแน่ๆ จุดนี้ ในขณะที่ข่าวไม่ดีของเด็กหงส์ตั้งหลายวันแล้วทีนี้คือ อดัม ลัลลานา นักเตะที่เล่นเยี่ยมที่สุดในซีซั่นนี้ของชาวหงส์ เจ็บ…

ขาด ลัลลานา แดนกลางจำเป็นต้องปรับอีก และก็ยิ่งไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตลอดไปแบบนี้ เอมเร ระเบียง ไม่มีผู้ใดแย่งเก้าอี้เขาได้เลย การเล่นคู่กับ จีนี ไวนัลดุ้ม บางทีอาจควรมีการปรับตัวรุกลงมาเพิ่ม

หมายถึง โอริกิ อาจจำเป็นต้องวิ่งลงสนามตัวจริงทำเกมกับ มาเน, ฟีร์มีโน และก็ คูตินโญ เป็นแบบอย่าง 4-2-3-1 อะไรทำนองนี้ ส่วนแนวรับก็อาจมิได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวหน้าเดิมๆอย่างที่มองเห็นกันว่ามีใครบ้าง

แทกติกละครับ

ถ้าเกิดใส่แบบไม่ยั้ง…อันนี้ก็สนุกละครับ คนจำนวนไม่น้อยอาจจะบอกว่าเสร็จเด็กหงส์ เนื่องจากว่าชอบเกมแบบนี้ แม้กระนั้นเชื่อเถอะยี่ห้อ คูมัน และก็การมี ลูกากู ในแนวรุก ผมว่าอันตรายขอรับเมื่อพวกเราดู ลูกากู แล้วเทียบกับกองหลังหงส์แดงที่มีอยู่

คูมัน จะไม่เล่นถึงใจถึงอารมณ์ ผมว่าเขาเน้นย้ำเชิง เน้นย้ำแทกติก เล่นเพื่อไม่แพ้เกมนี้แล้วหวังชนะ

โอเค 10 ท้องนาทีแรกช่วงตั้งหลัก ตั้งเกมนั้นก็อาจวิ่งเข้าหากันตามสไตล์ แม้กระนั้นพอเพียงเกมเริ่มสงบ ฝุ่นที่ตลบเริ่มจางลง พวกเราอาจมองเห็นการเล่นแบบรัดกุมของ ทอฟฟี เนื่องจากว่าทางที่จะลงทัณฑ์หงส์แดง ไม่ยากเลยขอรับ

เล่นเหมือน 12 ทีมที่หงส์เก็บแต้มได้ไม่มากเท่าที่คิด

ทอฟฟี ไม่ต้องอุด ไม่ต้องรับลึก เล่นรักษาเชป เน้นย้ำความรัดกุม คอยพลาดแล้วสวนกลับ นักเตะอย่าง บาร์คลีย์, ไม่ราลาส และก็ เดวิส พร้อมจู่โจมเร็วให้ ลูกากู

ถ้าเกิดบุกแลกเปลี่ยน…อันนี้ก็บางทีอาจเสี่ยงได้ถึงแม้ว่า…นักเตะหงส์คนจำนวนไม่น้อยเดินทางไกลไปเล่นทีมชาติมา แม้กระนั้นเชื่อว่า คูมัน ไม่ดูประเด็นนี้มากนัก เนื่องจากว่าเขาเน้นย้ำเพลย์ แทกติก เน้นย้ำเชิง เน้นย้ำคะแนน และก็ลุ้นชนะด้วยขอรับ

จุดนี้…น่ากังวลชาวหงส์ด้วยเหมือนกัน

ผมยังเห็นว่าพลังลดลงแน่ๆเล่นทีมชาติก็เอาจริงเอาจังในแนวรุกW88มันจะตื้อๆทั้ง ฟีร์มีโน และก็ คูตี้ ดูแล้วใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มกำลังแน่ๆ

แบ่งแต้งมีสูงนะครับปีนี้ และก็สถิติเท่ากันของสองทีมนี้ในแอนฟิลด์ ก็ไม่น้อยเลยขอรับ มันคือกึ่งหนึ่งของปริมาณนัดหมายที่พวกเขามาเยี่ยมในรอบ2 ทศวรรต คือไม่เสมอก็หงส์ชนะ อย่างละ 50% โน่นคือมีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่

มีการตั้งข้อสังเกตว่าหงส์แดงหนักแน่แม้เป็นเจ้าของบ้าน

เนื่องจากว่าเอฟเวอร์ตันไม่ใช่ทีมกรุ๊ปทอป 6 ที่หงส์แดงมักเก็บแต้มเป็นประจำ ด้วยเหตุผลดังกล่าวช่องทางผิดพลาดอีกรอบมีสูง เนื่องจากว่าหงส์เล่นกับทีมต่ำลงมากยิ่งกว่า 6 ขั้นตอนแรกในลีก ชอบมีผลงานที่ไม่ดี เกมนี้ ไม่ต้องแพ้หรอกขอรับ

ผลเสมอ….เด็กหงส์ก็จำเป็นต้องทราบร้อนทราบหนาวววกันบ้างขอรับ

"ซาตานแดง" แมนฯยูไนเต็ด มาเคาะประตูที่อยู่หน้าบ้านแล้วนะครับ ถ้าเกิดเสมอท่องเที่ยวนี้หายไปอีกสองแต้ม

ที่ 4 บางทีอาจโยกไปอยู่เมืองแมนเชสเตอร์

เกมนี้หนักสำหรับ พบร คลอปป์ และก็หงส์แดงจำเป็นต้องชนะ ซึ่งผมเห็นว่าเดิมพันเกมนี้ ไม่ง่ายเลย และก็มีโอกาสชวดสามคะแนนสูงด้วยเหมือนกัน

อ่า……ซีซั่นหงส์แดงใกล้ถึงบทสรุปเต็มทน

ตกลงจะมีลุ้นไปชปล. ไหม ผมเห็นว่าถ้าเกิดชนะเอฟเวอร์ตันเกมนี้มิได้ พบร คลอปป์ เหนื่อยแน่ๆ…และก็ช่องทางหมดลุ้นมีมาก

แล้วยิ่งถ้าเกิดแพ้ทอฟฟีขึ้นมา….

เดี๋ยวจะได้ยินเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนดังระงมไปทั่วแอนฟิลด์ จนกระทั่งโดนแฟนผีล้อเลียนว่า "อึกทึก ก็เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน อึกทึกก็เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน" ด้วยเนื่องจากว่าช่วงนี้มีการตั้งข้อซักถามจากแฟนหงส์เล็กน้อยแล้วว่า พบร คลอปป์ จริงๆแล้วไม่เก่งนี่หว่า


เชลซีย่อตัว

 - 

ความแพ้พ่ายของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ทันที สถานะการณ์เวลานี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเสมอกันเป็นทีมสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าชิงตัวจริงมากกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมกันคืนวันพุธ …เป็นถ้าสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะมีผลให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯสิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แม้กระนั้นเมื่อโปรแกรมออกมาอย่างนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล แล้วก็แมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงในสนามนัดนี้ก็มีแรงกดดัน ความเครียดกันบ้าง หลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันราวกับมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ต่ำลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความแพ้พ่ายในลักษณะอย่างนี้ มันเป็นเชิงบวกมากกว่าลบ
แพ้นัดเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้บางทีอาจเจอทีมใหญ่อย่างแมนฯสิตี้ แม้กระนั้นเอาเข้าจริงๆจุดบอดของสิตี้ เยอะเลย แล้วก็เชลซี ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายกว่า
แม้ย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจจะโทษใครกันแน่ไม่ได้นอกเหนือจากเกมรับของตนที่ เสียสมาธิแล้วก็คลอดประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากจนเกินไป
ทั้งเกมเชลซีได้โอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แม้กระนั้นได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างนี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำต้องปรับก่อนจัดการกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯสิตี้เป็น…อย่าพลาดท่าเสียประตูก่อนประเดี๋ยวจะบีบคั้นตนเองเปล่าๆเกมที่พบกับพาเลส มันเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่เคยทราบเนื้อรู้ตัว
โดยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เพราะเหตุว่าจะว่าไปเกมรับเชลซียังไงก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯสิตี้ มากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาติเตียนชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดนี้บางทีอาจจำเป็นต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร แล้วก็ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม เพียงแค่ปรับนิสัยผู้เล่นในดินแดนกลางแค่นั้น ผมเดาดวงใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เพราะเหตุว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาติเตียนช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างนี้ ฟาเบรกาส มีคุณประโยชน์ เพราะเหตุว่ายังไง แมนฯสิตี้ ไม้่มีช่องทางแล้วก็ทีมเป๊ป อาจจะจำต้องเล่นเกมรุกเข้าพบ หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ ถึงแม้ว่าจะบุกเข้าพบยิ่งเข้าทางตอบโต้กลับเชลซีเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกใครกันแน่ลงในสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงในสนามแทน นาบาส ที่นัดก่อนเป็นแบกขวา เกมนี้ดินแดนกลางบางทีอาจจำเป็นต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ เวลานี้สลากกินแบ่งในเกมรุกจะไปออกที่ใครกันแน่จำต้องนั่งมอง
ดาบิด สิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม แล้วก็ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม ถ้าให้เดาดวงใจ เป๊ป คงจะพัก สิลบา เพราะเหตุว่าตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องจากว่าเกมนี้จำต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกลางนั้นเองครับผม
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป อาจจะเฝ้าบ้านไม่ได้ละครับ จำต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เพราะเหตุว่าพวกเขาต้องการความมีชัยมากกว่า ต้องการยิงประตู ถ้ามัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป คงจะเน้นย้ำเกมพาสสิง เข้าพบบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี โดยเหตุนี้จุดนี้จึงเป็นการฉกชิงพื้นที่ดินแดนกลางว่าใครกันแน่จะคุมเกมได้มากกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของสิตี้หมายถึงเดอ บรอยน์ แล้วก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นต้องพบกับ อาซาร์ ให้ปวดศีรษะเล่น งานนี้สู้กันดุเด็ดเผ็ดร้อน แล้วก็เกมมีแนวโน้มจะออกมาดุเดือดอย่างแน่นอนถ้าเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดียิ่งกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯสิตี้ ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับเชลซีได้ แม้กระนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะจัดการกับ คอสต้า แล้วก็ อาซาร์ ได้อยู่ โน่นรวมถึง เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็วทันใจ จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากกว่าเกมรุก
คล้ายๆกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯสิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งสองฝั่ง แม้กระนั้นเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันไม่ได้ แม้กระนั้นเกมนี้มีความแตกต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ แล้วก็รัดกุมกว่า เรือใบ ตรงนี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อดูมายังเกมรับของตนที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
รับประกันว่า…นัดนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆครับผม แล้วถ้าซะก่อน ผมมั่นใจว่าท่องเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดล่าสุดอีกแล้ว โน่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แม้กระนั้นคราวนี้ถ้าเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดเป็น เป๊ป จะมีผลให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมสูงที่สุดได้เช่นไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วจำต้องสารภาพว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า โดยเหตุนี้ เป๊ป จำต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อจัดการกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งหมด

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมมีความรู้สึกว่าอาจจะไม่มีโชคชะตา หรือการตัดสินผิดพลาดอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกติเตียนกของโค้ชสองฝั่ง แล้วก็ผมมองว่า คอนเต้ จำต้องจี้จุดบอดแมนฯสิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง แล้วก็ตอกย้ำความไม่รัดกุมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นทีมในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมาก…เพียงแค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังหละหลวมขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะพื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้

 


เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

 - 

เบี่ยงโคเนรีเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เหี่ยว นายใหญ่ของอาร์เซนอลที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ซิเมโอเน่ ซิเมโอเน่ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ


บาร์เซโลน่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากปืน

 - 

 

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนสแปนนิชเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน กองหลังความเร็วแสงของ อาร์เซนอล มารวมทีม

 

กองหลังวัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมทีมปืนใหญ่ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว


ผอ.กลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้เสือเหลือง

 - 

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด กองกลางอนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ ดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมดอร์ทมุนด์ แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นทีม

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับกองกลางตัวเก่งต่อไป